สำหรับใครที่กำลังหาโปรเน็ตคุณภาพดี ราคาประหยัด ผมขอแนะนำตัวนี้เลยครับ

บทความนี้จะขออธิบายรายละเอียดของ GOMO 5G  เพิ่มเติมหน่อยนะครับ เพราะโดยส่วนตัวมองว่า มันค่อนข้างตอบโจทย์กับช่องของเรา โดยเฉพาะกับหลายๆคนที่กำลังมองหาแพ็กเกจเน็ตราคาประหยัด + คุณภาพดี ผมว่าตัวนี้ตอบโจทย์สุดละ ด้วยความที่แพ็กเกจของ GOMO 5G ราคาถูกมาก เริ่มต้นแค่ปีละ 99 บาท แถมยังเป็นเน็ต 5G แบบ Max speed บนเครือข่าย AIS อีก ดังนั้นคุณไม่ต้องห่วงเรื่องคุณภาพสัญญาณเลย ว่าง่ายๆ คุณเคยใช้ AIS ได้เร็วแค่ไหน GOMO 5G เค้าก็เร็วได้เท่านั้น เพราะเค้าใช้คลื่นเดียวกันขนาดนั้น แต่ด้วยความที่ GOMO 5G เค้าเป็นซิมประเภทที่ให้คุณปรับแต่งเลือกใช้ทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ทำให้เนื้อหาของเค้ามีค่อนข้างเยอะ บางส่วนผมอาจมีตกหล่นไป เพื่อได้เนื้อหาที่ครบถ้วน และเข้าใจได้ง่ายที่สุด ผมจะขออธิบายเพิ่มเติม โดยจำแนกเนื้อหาออกเป็นหัวข้อต่างๆให้ตามนี้นะครับ

1. GOMO คืออะไร
2. แพ็กเกจหลัก กับแพ็กเกจเสริม มีอะไรบ้าง ต่างกันยังไง วิธีใช้งาน
3. GOMO ดียังไง เหมาะกับใคร
4. เลือกใช้แพ็กเกจไหน ยังไงดี?
5. Mission Gomo 5G ทำง่ายได้แต้ม
6. Friend get friend กับ Team GOMO ต่างกันยังไง ได้ผลตอบแทนอะไรยังไงบ้าง
7. วิธีการ สั่งซื้อ ลงทะเบียน สมัครโปรเสริม
8. วิธีการย้ายค่ายเบอร์เดิมมา GOMO
9. Update การล๊อคอินเข้าใช้งานแอพ GOMO

GOMO คือซิมเน็ตประเภทนึง ที่ใช้สัญญาณเดียวกันกับของ AIS เป็นซิมประเภท Pre-paid แต่จะต่างจากซิมเติมเงินทั่วไปตรงที่ GOMO จะมีแพ็กเกจสองแบบ คือ แพ็กเกจหลัก กับแพ็กเกจเสริม ซึ่งในการใช้งาน คุณไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งสองแพ็กเกจ เพราะ GOMO ฟิกไว้เรื่องเดียวคือแพ็กเกจหลัก ในแต่ละปีก่อนคุณจะเริ่มใช้งาน คุณแค่ซื้อแพ็กเกจหลักตัวใดตัวหนึ่งก่อนก็ได้ โดยเลือกตามไลฟ์สไตล์และการใช้งานจริงของคุณได้เลย ส่วนแพ็กเกจเสริมนั้น ไม่ได้บังคับ คุณจะซื้อใส่เพิ่ม หรือไม่ซื้อก็ได้ ปีๆนึง คุณจะซื้อแค่แพ็กเกจหลักอย่างเดียว ไม่ซื้อแพ็กเกจเสริมใช้เลย ก็ทำได้

GOMO Packkages

แพ็กเกจหลัก กับแพ็กเกจเสริม มีอะไรบ้าง ต่างกันยังไง วิธีใช้งาน

อย่างที่บอกไว้ ว่าก่อนเริ่มใช้งาน GOMO 5G คุณจำเป็นต้องเลือกแพ็กเกจหลักก่อน ถึงจะเริ่มใช้งานได้ ซึ่งแพ็กเกจหลักของ GOMO 5G

จะมีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน คือ

1. ไซส์ S ตัวนี้จะได้เน็ตมา 10GB กับค่าโทร 10 นาที ราคา 99 บาท / 1ปี
2. ไซส์ M จะได้เน็ตมา 50GB กับค่าโทร 50 นาที ราคา 199 บาท / 1ปี
3. ไซส์ L จะได้เน็ตมา 200GB กับค่าโทร 200 นาที ราคา 599 บาท / 1ปี

ส่วนแพ็กเกจเสริม ก็จะแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ตามการใช้งานดังนี้ ครับ

กลุ่มแรกเป็น แพ็กเกจเสริมอินเตอร์เน็ต โดยจะแบ่งออกเป็น สองชุด ชุดละ 2 ราคา

ชุดแรก จะเป็นเน็ต 5G 10Mbps ไม่อั้นไม่ลดสปีดทั้งสองตัว แต่จะต่างกันที่ระยะเวลาในการใช้งาน

แพ็กเกจเสริมเน็ต 10Mbps ไม่อั้น ไม่ลดสปีด

โดยเน็ตของแพ็กเกจหลักกับแพ็กเกจเสริม จะแตกต่างกันตรงที่ เน็ตของ แพ็กหลักจะเป็นเน็ต 5G Max speed ความเร็วสูงสุดที่เคลมไว้ จะอยู่ที่ 1Gbps (1,000Mbps) แต่เน็ตของแพ็กเกจเสริม จะเป็นเน็ตความเร็ว 10Mbps แบบไม่อั้นไม่ลดสปีด ถึงจะวิ่งบนคลื่น 5G เหมือนแพ็กเกจหลัก แต่ความเร็วก็จำกัดไว้ไม่เกิน 10Mbps

กลุ่มที่สอง แพ็กเกจเสริมเน็ต 5G Max speed ให้ความเร็วสูงสุดเฉพาะแอพที่ระบุไว้ โดยจะมีสองแบบ สองราคานะครับ

แพ็กเกจเสริมเน็ต 5G Max speed

ส่วนแพ็กเกจเสริมอีกตัวที่น่าสนใจก็คือ แพ็กเกจเสริมโรมมิ่งครับ โดย GOMO เค้าจะแบ่งแพ็กโรมมิ่งออกเป็นสองแบบ แบบใช้งานระยะสั้น กับแบบใช้งานได้ยาวทั้งปี 

เราไปเริ่มกันจากแพ็กเกจระยะสั้นกันก่อนละกันครับ สำหรับแพ็กเกจโรมมิ่งระยะสั้น จะมี 3 ประเทศ ประเทศละ 2 ราคา ตามนี้ครับ

แพ็กเกจเสริมโรมมิ่ง (ระยะสั้น)

ส่วนอีกตัวก็คือแพ็กเกจระยะยาว ตัวนี้น่าสนใจมาก ที่บอกว่าน่าสนใจคือ สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ สิ่งนึงที่ถือว่าน่ารำคาญมากก็เรื่องซิมนี่แหละครับ จะบินทีก็ต้องซื้อที เพราะแพคเกจสำหรับใช้งานต่างประเทศ ส่วนมากอายุมันสั้น เต็มที่ก็เจ็ดวัน สามสิบวัน จะเดินทางทีก็ต้องหาซื้อที มันก็ไม่ค่อยสะดวก แต่ถ้าเป็นแพคเกจโรมมิ่งของ GOMO จะต่างไปตรงที่

1. อายุของแพคเกจยาวหนึ่งปีเต็ม เพราะฉะนั้น ต่อให้คุณใช้เน็ตในเที่ยวนี้ไม่หมด คุณก็เก็บไปใช้ในงวดหน้าได้

2. ซิมของ GOMO  เค้าให้ใช้ซิมเดียวกันได้เลย ถ้าคุณใช้งานแพคเกจเน็ตปกติของ GOMO อยู่แล้ว พอคุณจะเดินทางไปต่างประเทศ คุณแค่กดซื้อแพคเกจโรมมิ่งเพิ่มเข้าไป แค่นี้ คุณสามารถเอาซิมนั้นไปใช้งานในต่างประเทศได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนซิมครับ

แพ็กเกจเสริมโรมมิ่ง (ระยะยาว)

ออสเตรเลีย , บาห์เรน , บังกลาเทศ , ภูฏาน , บรูไน , กัมพูชา , จีน , จีน (รวมทิเบต) , จอร์เจีย , กวม , ฮ่องกง , อินเดีย , อินโดนีเซีย , อิสราเอล , ญี่ปุ่น , จอร์แดน , คาซัคสถาน , คูเวต , ลาว , มาเก๊า , มาเลเซีย , มองโกเลีย , เนปาล , โอมาน , ปากีสถาน , ฟิลิปปินส์ , กาตาร์ , สิงคโปร์ , เกาหลีใต้ , ศรีลังกา , ไต้หวัน , ทิเบต (จีน) , อุซเบกิสถาน , เวียดนาม

อัฟกานิสถาน , หมู่เกาะโอลันด์ , แอลเบเนีย , อาร์เจนตินา , อาร์เมเนีย , ออสเตรเลีย , ออสเตรีย , อาเซอร์ไบจัน , บาห์เรน , บังกลาเทศ , เบลารุส , เบลเยียม , ภูฏาน , โบลิเวีย , บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาบราซิล , บรูไน , บัลแกเรีย , กัมพูชา , แคนาดา , ชาด , ชิลี , จีน , จีน (รวมทิเบต) , โคลัมเบีย , สาธารณรัประชาธิไตยคองโก , สาธารณรัฐคองโก , คอสตาริกา , โครเอเชีย , ไซปรัส , สาธารณรัฐเช็ก , เดนมาร์ก , สาธารณรัโดมินิกัน , ดูไบ (สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์) , เอกวาดอร์ , อียิปต์ , เอลซัลวาดอร์ , อังกฤษ , เอสโตเนีย , หมูเกาะแฟโร , ฟิจิ , ฟินแลนด์ , ฝรั่งเศส , กาบอง , จอร์เจีย , เยอรมนี , กานา , ยิปรอลต้า , กรีซ , กรีนแลนด์ , กวม , กัวเตมาลา , เกิร์นซีย์ , ฮาวาย (สหรัฐอเมริกา) , ฮอนดูรัส , ฮ่องกง , ฮังการี , ไอซ์แลนด์ , อินเดีย , อินโดนีเซีย , ไอร์แลนด์ , เกาะแมน , อิสราเอล , อิตาลี , ญี่ปุ่น , จอร์แดน , คาซัคสถาน , เคนยา , คูเวต , คีร์กิซสถาน , ลาว , ลัตเวีย , ลิกเตนสไตน์ , ลิทัวเนีย , ลักเซมเบิร์ก , มาเก๊า , มาซิโดเนีย , มาดากัสการ์ , มาลาวี , มาเลเซีย , มอลตา , มอริเชียส , เม็กซิโก , มอลโดวา , โมนาโก , มองโกเลีย , มอนเตเนโกร , นาอูรู , เนปาล , เนเธอร์แลนด์ , นิวซีแลนด์ , นิการากัว , ไนจีเรีย , ไซปรัสตอนเหนือ , ไอร์แลนด์เหนือ , นอร์เวย์ , โอมาน , ปากีสถาน , ปานามา , ปาปัวนิวกินี , ปารากวัย , เปรู , ฟิลิปปินส์ , โปแลนด์ , โปรตุเกส , เปอร์โตริโก , กาตาร์ , เรอูนียง , โรมาเนีย , รัสเซีย , ซานมารีโน , ซาอุดีอาระเบีย , สก็อตแลนด์ , เซเนกัล , เซอร์เบีย , เซเชลส์ , สิงคโปร์ , สโวักสโลวีเนีย , หมู่เกาะโซโลมอน , แอฟริกาใต้ , เกาหลีใต้ , สเปน , ศรีลังกา , สฟาลบาร์และยานไมเอน , สวาซิแลนด์ , สวีเดน , สวิตเซอร์แลนด์ , ไต้หวัน , ทาจิกิสถาน , แทนซาเนีย , ทิเบต (จีน) , ตองกา , ตูนิเซีย , ทูรเคีย(ตุรกี) , หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา , สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ , สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (รวมดูไบ) , ยูกันดา , สหราชอาณาจักร , ยูเครน , อุรุกวัย , สหรัฐอเมริกา , สหรัฐอเมริกา (รวมฮาวาย) , อุซเบกิสถาน , วานูอาตู , วาติกัน , เวียดนาม , เวลส์ , ซามัวตะวันตก

แพ็กเกจเสริมอื่นๆ

GOMO 5G ดียังไง เหมาะกับใคร

ถ้าถามว่า GOMO 5G  เหมาะกับใคร? อันนี้ตอบได้เลย GOMO 5G เหมาะกับทุกคนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย และอยากได้เน็ตที่มีคุณภาพดีไว้ใช้งาน โดยเฉพาะเป็นเน็ตที่วิ่งบนเครือข่ายคุณภาพอย่าง AIS 5G เพราะอย่างที่เคยบอกเอาไว้ว่า GOMO 5G ใช้เครือข่ายเดียวกันกับของ AIS

ใช้คลื่นเดียวกัน หรือ เสาต้นเดียวกันเลย เพราะฉะนั้น เน็ตที่ได้จาก GOMO 5G การันตีได้เลยว่าเป็นเน็ตคุณภาพที่มีสัญญาณเทียบเท่ากับการใช้งานจาก AIS แน่นอน แต่จะมีส่วนที่แตกต่างกันคือเรื่องของลักษณะแพ็กเกจ กับเรื่องของราคา แต่เอาตรงๆ ราคาของแพ็กเกจโดยรวมของ GOMO 5G

ถ้าคุณเลือกใช้ให้ดี มันจะถูกกว่าคุณไปใช้โปรเน็ตความเร็วเดียวกันของค่ายอื่นเยอะ นอกจากราคาที่ถูกและคุ้มแล้ว คุณเองยังได้ดีไซน์แพ็กเกจการใช้งานเอง ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น

ซึ่งถ้าเป็นโปรเน็ตทั่วๆไป เค้าจะเซ็ททุกอย่างมาให้คุณหมดแล้ว คุณจ่ายเดือนนึงเท่านี้นะ จะได้เน็ตความเร็วนี้นะ ใช้ได้เท่านี้นะ โทรได้เท่านี้นะ ฯลฯ

คุณมีหน้าที่แค่จ่ายตังค์ แล้วใช้งาน ตามที่เค้ากำหนดมาให้ แค่นั้นจบ ซึ่งบางอย่างที่คุณต้องจ่ายอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้ด้วยซ้ำ ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย และอยากได้เน็ตที่มีคุณภาพ GOMO 5G ก็เป็นซิมที่ดี อีกทางเลือกหนึ่ง ที่อยากให้คุณได้ทดลองมาใช้กัน

สำหรับบางคนอาจจะยัง งงๆกับการเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับตัวเองอยู่ เดี๋ยวผมจะมาลองออกแบบแพ็กเกจให้ดูสัก 5 แบบละกันนะครับ คุณก็ลองดูว่า การใช้งานของตัวเองใกล้เคียงกับแบบไหน แล้วค่อยนำไปปรับใช้กันได้ครับ

1. กลุ่มที่ต้องการใช้เน็ตแรง ใช้งานเยอะ โดยเฉพาะ สายโซเชี่ยล หรือสายเล่นเกมส์ ตรงนี้ขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะครับ แยกกันเลย

1.1 สายโซเชี่ยล ถ้าคุณใช้งานแอพทั้ง 4 ตัวนี้เป็นหลัก Facebook , Line , Instagram , Twitter โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ต้องไลฟ์ขายของทั้งวัน หรือสายทำงาน พูดคุยผ่านไลน์ ต้องวิดีโอคอลคุยงานทั้งวัน ผมแนะนำให้คุณสมัครแพ็กเกจหลักเป็นไซส์ S ปีละ 99 บาท แล้วซื้อแพ็กเกจเสริมเป็น Extreme Social เดือนละ 199 บาทใช้ อันนี้จะคุ้มที่สุด เฉลี่ยมาตกเดือนละ 208 บาท แต่ได้เน็ต 5G Max speed ไปใช้เล่น 4แอพนี้ได้แบบไม่อั้น แถมยังเหลือเน็ตจากแพ็กเกจหลักอีก 10GB ไปใช้งานกับแอพอื่นๆได้ด้วย

1.2 สายเล่นเกมส์ ถ้าคุณเล่นเกมส์ 9 เกมส์นี้เป็นประจำ ROV, PubG, Free fie, Call of duty, Speed drifters, League of Legends ภาค Wild Rift, Genshin Impact, Pokémon Unite, Ragnarok M  ผมแนะนำคุณสมัครแพ็กเกจหลักเป็นไซส์ S แล้วซื้อแพ็กเกจเสริม GOMO Ultra Gaming เดือนละ 99 บาทใส่เพิ่มเอา ตัวนี้ค่อนข้างเหมาะกับน้องๆนักเรียน นักศึกษามาก คือในปีการศึกษานึง ว่าก็ว่า เราจะได้เล่นเกมส์หนักๆ ได้จริงๆก็ต้องรอปิดเทอมถูกไหมมะ แล้วแพ็กเกจเสริมตัวนี้มันไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่อง เดือนไหนที่คุณต้องการเล่นเกมส์เยอะๆ คุณก็ค่อยมาซื้อแพ็กเกจนี้ใส่เอา เดือนไหนต้องเรียนหนัก ไม่มีเวลาเล่นเกมส์ก็ไม่ต้องซื้อ อาจจะสลับไปใช้แพ็กเกจเสริมตัวอื่นเอา หรือต่อให้ซื้อแพ็กเกจเสริม GOMO Ultra Gaming ใส่ทุกเดือน เบ็ดเสร็จรวมมา ก็ตกเดือนนึงแค่ร้อยกว่าบาท ประหยัดสุดสำหรับสายเล่นเกมส์แล้วครับ

2. กลุ่มที่มีการ WFH หรือทำงานที่บ้าน ที่บ้านมีไวไฟ จะใช้เน็ตบ้างก็ตอนออกไปข้างนอกบ้านบ้าง ผมเองก็อยู่ในกลุ่มนี้ ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตเหมือนๆผม ส่วนมากใช้เน็ตจากไวไฟ ผมแนะนำ คุณซื้อแค่แพ็กเกจหลักไซส์ L ตัวเดียวก็พอกับการใช้งานแล้วครับ หารเฉลี่ยมา มีเน็ต Max speed ใช้อยู่ เดือนละ 16GB ถ้าที่บ้านมีไวไฟอยู่แล้ว 16GB ต่อเดือนนี่ถือว่าเหลือๆมากครับ

3. กลุ่มที่ต้องการแค่รักษาเบอร์ไว้ ถ้าเบอร์ของคุณเป็นเบอร์มงคล เบอร์สวย หรือเป็นเบอร์เก่าแก่ มีคอนแทคเยอะ ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ แล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้งานอะไร เก็บไว้รับสายซะมากกว่า ลักษณะนี้ ผมแนะนำให้คุณย้ายค่ายเบอร์เดิมมา GOMO 5G แล้วเลือกซื้อแค่แพ็กเกจไซส์ S ใส่ไว้ก็พอครับ ไซส์ S จะอยู่ที่ปีละ 99 บาท หารมาตกเดือนละไม่ถึงสิบบาท  หรือถ้าจำเป็นต้องใช้งานอะไรขึ้นมาจริงๆ ก็สามารถซื้อแพ็กเกจเสริมเพิ่มเข้าไปได้ตลอดเวลา จะใช้ตอนไหนก็ค่อยซื้อ ไม่ได้ใช้ก็ไม่ได้ซื้อ ครบปีก็ค่อยมาเติมเงินเข้าไป 99 บาท เลี้ยงเบอร์ไว้ แบบนี้ประหยัดสุดของสายเลี้ยงเบอร์ในบ้านเราแล้วครับ

4. กลุ่มที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนซิมให้วุ่นวาย GOMO 5G ก็เข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ได้ดีนะครับ ด้วยความที่ GOMO 5G เค้าให้คุณสามารถนำซิมที่ใช้งานปกติไปใช้งานในต่างประเทศได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม ในเวลาปกติที่คุณอยู่ในประเทศ ตรงนี้คุณสามารถปรับเลือกใช้แพ็กเกจหลัก แพ็กเกจเสริม ตามการใช้งานของคุณได้ตามปกติเลย ถ้าต้องการใช้เยอะก็เลือกแพ็กเกจเสริมเน็ต 149 บาท หรือถ้าใช้น้อย จะซื้อแค่แพ็กเกจหลักไซส์ M หรือ ไซส์ L ไว้เฉยๆก็ได้ แล้วพอต้องเดินทาง คุณก็ค่อยซื้อแพ็กเกจโรมมิ่งใส่เข้าไป โดยเฉพาะถ้าปีๆนึงคุณต้องเดินทางบ่อย ผมแนะนำคุณซื้อเป็นแพ็กเกจโรมมิ่ง 365 วันใส่ อันนี้จะคุ้มที่สุด เพราะปกติแล้ว เวลาเราไปต่างประเทศ ส่วนมากจะใช้เน็ตก็จากไวไฟของที่พักเป็นหลัก จะได้ใช้เน็ตบ้างก็ตอนออกไปข้างนอก ลักษณะนี้คือมีเน็ตติดไว้ เผื่อไว้ใช้งานเท่านั้น แล้วเน็ตของแพ็กเกจโรมมิ่งก็ให้มาไม่น้อยนะครับ 7GB ถ้าใช้งานอย่างที่ว่ามา ต่อให้ปีหนึ่ง บินสักสามสี่ครั้ง เน็ตก็ยังเหลือใช้ครับ

5. ในกลุ่มที่มีการใช้งานทั่วไป ไม่ได้จำเพาะเจาะจงอะไรเป็นพิเศษ ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ต้องการเน็ตแรง แต่ต้องการเน็ตใช้ได้ไม่จำกัด มีเน็ตติดเครื่องไว้ตลอดเวลา ลักษณะนี้ผมแนะนำให้คุณเลือกใช้แพ็กเกจหลักเป็นไซส์ S แล้วซื้อแพ็กเกจเสริมเน็ตเดือนละ 149 บาท ใส่เสริมเอา จะคุ้มที่สุดครับ ได้เน็ตไม่อั้น ไม่ลดสปีดบนคลื่น 5G หารมากตกเดือนละ 160 บาท ประหยัดเกือบจะที่สุดของเน็ตไม่อั้น ไม่ลดสปีดในบ้านเราแล้วครับ

Mission GOMO 5G ทำง่ายได้แต้ม

Mission GOMO 5G ทำง่ายได้แต้ม

การทำภารกิจ (Mission) ต่างๆบน แอพ GOMO 5G สามมารถได้รับคริสตัลหรือ AIS Point เป็นรางวัล ซึ่งคริสตัลที่ได้จากการทำภารกิจนั้นก็สามารถนำมาแลก ไม่ว่าจะเป็น แพ็กเกจเสริมอินเตอร์เน็ต หรือค่าโทร รวมถึงของรางวัลต่างๆ ในแอพ GOMO 5G ได้ วิธีการเข้าร่วมภารกิจก็ไม่ได้ยุ่งยาก คุณแค่ล๊อคอินเข้าแอพ GOMO 5G ของคุณ แล้วเข้าไปในเมนู ภารกิจ แล้วก็เลือกเล่นได้เลย ว่าอยากเลือกเล่นเกมส์ไหน ภารกิจอะไร ซึ่งแต่ละเกมส์ แต่ละภารกิจก็จะได้พอยท์ หรือคริสตัลแตกต่างกันไป

สำหรับการใช้งาน GOMO 5G นอกจากคุณจะได้เน็ต ได้โทร ได้ใช้บริการต่างๆ ตามแต่ที่คุณเลือกใช้แล้ว GOMO 5G ยังเปิดโอกาสให้คุณหารายได้เสริมได้อีกด้วย นั่นก็คือ เพื่อนชวนเพื่อน (friend get friend) กับ Team GOMO ซึ่งทั้งสองส่วนจะมีวิธีสมัครและ ผลประโยชน์ที่แตกต่างกันตามนี้

เพื่อนชวนเพื่อน (friend get friend)

เพื่อนชวนเพื่อน คือ การที่คุณไปชักชวนให้เพื่อนหรือคนรู้จักมาใช้บริการ GOMO 5G ด้วยกัน โดยผ่านจากการกดลิงค์ “เพื่อนชวนเพื่อน” ของคุณ ถ้าเพื่อนคุณสมัครมาใช้บริการ GOMO 5G ด้วยกันกับคุณผ่านลิงค์ของคุณ คุณก็จะได้ค่าตอบแทน เป็น คริสตัล หรือแพ็กเกจค่าเน็ต ค่าโทร ตามแต่ระยะเวลากิจกรรมของ GOMO 5G ในช่วงนั้นๆ ซึ่งเพื่อนชวนเพื่อนนี้ คุณไม่ต้องทำการสมัครอะไรเลย แค่คุณมีเบอร์ของ GOMO 5G คุณก็จะมีลิงค์ตัวนี้โดยอัตโนมัติ มันจะอยู่ในเมนู เพื่อนชวนเพื่อนในแอพ GOMO 5G ของคุณ  คุณแค่กดปุ่ม “คัดลอก” แล้วนำลิงค์ไปวางให้เพื่อนคุณผ่านช่องทางต่างๆได้เลย ไม่ว่าจะบนไลน์ บนเฟชบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือกระทั่งอินสตราแกรม

Team GOMO

ทีม GOMO จะแตกต่างจากเพื่อนชวนเพื่อน เพราะผลตอบแทนที่จะได้ จะมาในรูปเงินสด โอนเข้าบัญชีคุณโดยตรง และก็จะต้องสมัครเข้าโครงการให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะสามารถรับผลตอบแทนได้ โดยขั้นตอนต่างๆจะมีตามนี้

1.สมัครเข้าร่วมโครงการ ผ่านลิงค์นี้ https://gomo.th/friend-get-friend

2.รอรับลิงค์ทางอีเมลล์ ที่ลงทะเบียนไว้

3.นำลิงค์ที่ได้มาไปแนะนำเพื่อนตามช่องทางต่างๆ

4.เมื่อเพื่อนคุณซื้อบริการใดๆจาก GOMO 5G ผ่านทางลิงค์ที่คุณส่งให้ คุณก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินสด โอนเข้าบัญชีที่ลงทะเบียนไว้ โดยทางบริษัทจะโอนค่ าตอบแทนเข้าบัญชีทุกวันที่ 17 ของเดือน ถ้าติดวันเสาร์ หรืออาทิตย์จะโอนวันทำการถัดไป

โดยจะมีอัตราผลตอบแทนดังนี้

แพ็กเกจ ไซส์ S (ปีละ 99 บาท) ได้ผลตอบแทนการขาย 30 บาท
แพ็กเกจ ไซส์ M (ปีละ 199 บาท) ได้ผลตอบแทนการขาย 60 บาท
แพ็กเกจ ไซส์ L (ปีละ 599 บาท) ได้ผลตอบแทนการขาย 180 บาท

วิธีการ สั่งซื้อ ลงทะเบียน สมัครโปรเสริม

วิธีการ สั่งซื้อ ลงทะเบียน สมัครโปรเสริม

สำหรับการเปิดเบอร์ใหม่ของ GOMO 5G สามารถทำได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์ของ GOMO 5G โดยตรง  ( https://bit.ly/3AFYZFF) หรือจาก online marketplace ต่างๆ ทั้ง Lazada Shoppe JD central แต่ละแบบก็จะมีข้อดีต่างกันไป หากเป็นการสั่งซื้อผ่าน marketplace อื่น จะสะดวกตรงที่ สามารถกดซื้อพร้อมกันทีละหลายเบอร์ได้ แต่จะไม่สามารถเลือกเบอร์ได้ หากคุณต้องการเลือกเบอร์ โดยเฉพาะสายเบอร์มงคล ตรงนี้แนะนำให้ซื้อจากเว็บไซต์ GOMO 5G โดยตรง จะมีเบอร์ในหมวดเบอร์มงคลให้เลือกค่อนข้างเยอะทีเดียว

ลิงค์สำหรับสั่งซื้อ GOMO 5G :  https://bit.ly/3AFYZFF

ซึ่งวิธีการซื้อผ่านเว็บของ GOMO 5G จะมีขั้นตอนต่างๆตามนี้

1. เลือกแพ็กเกจบนเว็บไซต์ GOMO 5G ( https://bit.ly/3AFYZFF) จากนั้น เลือก ‘สั่งซื้อเลย’

2. เข้าสู่หน้าจอ ‘สรุปแพ็กเกจหลักที่คุณเลือก’ ในขั้นตอนนี้สามารถเลือกแพ็กเกจเสริมเพิ่มเติมได้ตามใจ จากนั้น เลือก ‘ทำรายการต่อ’

3. เข้าสู่หน้าจอ ‘เลือกเปิดเบอร์ใหม่’ ในขั้นตอนนี้สามารถเลือกเปิดเบอร์ใหม่จากหมวดเบอร์มงคล หรือเลือกรองตัวเลขที่ชอบและไม่ชอบได้ จากนั้นเลือก ‘ทำรายการต่อ’

4. ใกล้ซื้อเบอร์สำเร็จแล้ว! ระบบจะให้คุณกรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ซิม และที่อยู่ในการจัดส่งซิม ให้ถูกต้อง จากนั้นเลือก ‘ทำรายการต่อ’

5. ขั้นตอนสุดท้าย ตรวจสอบสรุปรายการสั่งซื้อว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ จากนั้นทำรายการต่อ และชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต/ Rabbit Line Pay/ Mobile Banking/ Internet Banking

6. หลังจากชำระเงินเสร็จสิ้น รอรับซิมผ่านที่อยู่ที่ทำการลงทะเบียนไว้ได้เลย

โดยจะมีจุดที่น่าสนใจอยู่ว่า ถ้าคุณสมัครโดยใช้โค้ดชวนเพื่อน จากข้อ 6 คุณและเพื่อนที่แนะนำจะได้รับคริสตัลสูงสุดถึง 110 คริสตัล เพื่อนำไปแลกเน็ตแลกโทรฟรีได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณจะสมัคร GOMO 5G แนะนำให้หาโค๊ดมาใช้สมัครด้วย จะคุ้มที่สุด หรือถ้าหาไม่ได้จริงๆ จะใช้เป็น โค๊ดจากทางเราก็ได้ โค๊ดนี้นะครับ : GY3DMMZRHA2DEOBYGY

วิธีการย้ายค่ายเบอร์เดิมมา GOMO 5G

การเข้าใช้บริการ GOMO 5G นอกจากการเปิดเบอร์ใหม่แล้ว คุณสามารถย้ายค่ายเบอร์เดิมจากค่ายอื่นมาใช้บริการ GOMO 5G ได้ด้วย โดยจะมีขั้นตอนต่างๆตามนี้

1.เตรียมตัว

1.1 ลูกค้าต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน สำหรับลูกค้าเอไอเอสไม่จำเป็น เพียงขอรับรหัสย้ายค่ายก็สามารถย้ายมา GOMO 5G ได้เลย

1.2 ระบบรายเดือน: เช็กว่าไม่มียอดค้างชำระและยอดคงค้างระหว่างรอบของเครือข่ายเดิม

1.3 ระบบเติมเงิน: เช็กว่าลงทะเบียนแสดงตนเรียบร้อยแล้ว

1.4 เช็กค่ายเดิมก่อนว่าไม่ติดสัญญาใดๆ

2. เลือกแพ็กเกจ

2.1 เข้าไปที่ https://gomo.th/login

2.2 เลือกแพ็กเกจที่ต้องการ

3. เลือกแท็บ ‘ย้ายค่าย’ และกรอกเบอร์ค่ายเดิมของลูกค้า

4. ขอรหัสย้ายค่าย ด้วยการกด *151* ตามด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก# และนำรหัสที่ได้มากรอกในช่องที่กำหนด (รหัสย้ายค่าย จะหมดอายุภายในเที่ยงคืนของวันที่ได้รับรหัส)

5. กรอกข้อมูลส่วนตัว และทำการชำระเงิน (รอรับซิม GOMO 5G ภายใน 1-3 วันทำการ)

6. ชำระเงิน ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Internet banking, Mobile banking ,Rabbit line pay , บัตรเดบิต , บัตรเครดิต หลังชำระค่าบริการเรียบร้อย จะมีซิมจัดส่งไปให้ที่บ้านคุณ จากนั้นก็รอรับ SMS ยืนยัน ว่าการย้ายค่ายสำเร็จแล้ว ที่ซิมค่ายเดิมก่อน (ภายใน 2 วันทำการ) พอได้รับ SMS ยืนยันก็นำซิม GOMO 5G มาใส่เพื่อใช้งานแทนได้เลย

Update การล๊อคอินเข้าใช้งานแอพ GOMO

ตอนนี้ แอพ GOMO Thailand สามารถเลือกล๊อคอินผ่าน PIN หรือ แสกนใบหน้า หรือ แสกนลายนิ้วมือได้แล้ว โดยจะมีขั้นตอนต่างๆดังนี้

1. เมื่อได้รับซิมใหม่มา ให้ทำการลงทะเบียนเพื่อเปิดใช้งานซิมตามขั้นตอน EKYC (การยืนยันตัวบุคคลผ่านช่องทางอิเล็กโทรนิค)
2. หลังจากนั้นระบบจะนำมายังหน้าแสดงการ log-in เข้าสู่แอพพลิเคชันครั้งแรก ให้ทำการกรอกหมายเลขเบอร์ GOMO 5G ของตัวเองที่ทำการลงทะเบียนไว้ หลังจากนั้นรอรับรหัส OTP ทางข้อความและนำมากรอกเพื่อเข้าสู่ระบบ

3. เมื่อล๊อคอินเข้ามายังหน้าหลักของแอพพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเปลี่ยนวิธีการล๊อคอินเข้าสู่ระบบใหม่ตามนี้

3.1 เลือกที่ “เมนูเพิ่มเติม (More)”

3.2 เลือกที่เมนู “ตั้งค่า (Setting)”

3.3 เลือก “ตั้งค่าวิธีการล็อคอินเพิ่มเติม”

4. ในขั้นตอนนี้ คุณสามารถเลือกวิธีการเข้าสู่ระบบได้ โดยการเลื่อนปุ่มไปทางขวามือเพื่อให้แสดงสถานะเปิดใช้งาน

4.1 ใช้รหัส PIN ในการล็อคอิน เมื่อลูกค้าเปิดการใช้งานจะขึ้นหน้าจอเพื่อให้ลูกค้ากำหนดรหัสผ่านจำนวน 6 หลัก และกดยืนยันเพื่อใช้งานการเข้าสู่ระบบด้วย PIN ลูกค้าสามารถคลิกปุ่ม “กลับสู่หน้าหลัก”เพื่อกลับไปยังหน้าหลัก

4.2 ใช้ Face ID ในการล็อคอิน (ขึ้นอยู่กับรุ่นหรือประเภทของโทรศัพท์ที่ลูกค้าใช้) เมื่อลูกค้าเปิดการใช้งานขึ้นหน้าจอเพื่อให้ระบบระบุใบหน้าของผู้ใช้งาน ลูกค้าสามารถคลิกปุ่ม “กลับสู่หน้าหลัก”เพื่อกลับไปยังหน้าหลัก

4.3 ตั้งค่ารับรหัส OTP ด้วย E-mail ทางระบบจะแสดงหน้าจอข้อมูลอีเมลของลูกค้า ที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้ตั้งแต่ตอนสมัครซื้อซิมผ่านทาง GOMO website หากลูกค้าต้องการเปลี่ยนแปลงอีเมลก็สามารถทำได้

4.4 ใช้ Fingerprint ในการล็อคอิน (ขึ้นอยู่กับรุ่นหรือประเภทของโทรศัพท์ที่ลูกค้าใช้) เมื่อลูกค้าเปิดการใช้งานด้วยการสแกนนิ้วมือ ระบบจะขึ้นหน้าจอเพื่อให้ลูกค้าสแกนลายนิ้วมือของตัวเอง

พอตั้งค่าเสร็จ ในการใช้งานครั้งต่อไป คุณก็สามารถล๊อคอินเข้าสู่ระบบ GOMO App ตามวิธีที่คุณเลือกไว้ได้เลยครับ

โอเคนะครับ สำหรับข้อมูลทั้งหมดของ GOMO 5G หวังว่าคงได้ข้อมูลกันไปครบถ้วนนะครับ หากยังมีประเด็นไหนไม่เข้าใจ หรือสงสัยอะไรในจุดไหน สามารถทิ้งคำถามไว้ในโพสต์นี้ได้เลย หรือแอดไลน์ @misterfharl เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมได้ครับ

สำหรับใครที่กำลังหาทางประหยัดค่าใช้จ่ายอยู่ ก็น่าจะได้ทางเลือกเพิ่มเติมกันไปบ้างแล้วนะครับ ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ คุณต้องรู้ปริมาณการใช้เน็ตของตัวเองให้ดีเสียก่อน แล้วนำมาปรับใช้ให้คุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าคุณให้มากที่สุดครับ

ส่วนใครที่ต้องการสั่งซื้อซิม GOMO 5G สามารถกดซื้อจากลิงค์นี้ได้เลยนะครับ :   http://bit.ly/3VBbeLQ